Search


   ภาษาไทย   English (US)  
ระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ รายงานผลตรวจวินิจฉัยวัณโรคทางห้องปฏิบัติการ ความรู้เรื่องโรค 11 ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สื่อประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ วารสารวิชาการ Estimates SM ระบบ DPIS ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ Management Cockpit ระบบศูนย์ปฏิบัติการ COGNOS ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมควบคุมโรค ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ
กรมควบคุมโรค
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ทรัพยากรสุขภาพ
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สำนักระบาดวิทยา สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สคร.1 เชียงใหม่ สคร.2 พิษณุโลก สคร.3 นครสวรรค์ สคร.5 ราชบุรี ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ...

ความพึงพอใจต่อเว็บไซต์

ข่าวสาร / ประกาศ / ประชาสัมพันธ์

Strong ไปกับสคร.4 ตอน รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผู้ป่วยโรคเรื้อนจะต้อง “ไร้พิการ ไร้ตีตรา พึ่งพาตนเองได้”

โดย ศุภรดา มณฑาทิพย์ กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ

17 มกราคม 2560 -- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี ขอเชิญพี่น้องประชาชน ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่องานควบคุมโรคเรื้อน โดยร่วมรณรงค์สัปดาห์ราชประชาสมาสัย ปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ไร้พิการ ไร้ตีตรา พึ่งพาตนเองได้” เพื่อการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ รักษาก่อนพิการ นำสู่การไร้ตีตราที่ยั่งยืน ส่งผลให้ผู้ประสบปัญหาจากโรคเรื้อนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี เฉกเช่นปุถุชนทั่วไป พญ.นันทพร เมฆสวัสดิชัย ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี (สคร.4) กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ของโรคเรื้อนในประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากรายงานประจำปี 2559 สถาบันราชประชาสมาสัย พบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ที่เป็นคนไทย จำนวน 147 ราย ซึ่งลดลงกว่าปี 2553 ที่พบผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ 405 ราย ประเทศไทยได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคเรื้อน แต่ไม่ควรประมาท และต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื้อโรคพบได้ทุกภูมิภาค จึงควรเร่งค้นหาผู้ป่วยที่อาจเหลืออยู่ในชุมชน กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มชาวไทยภูเขา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีความยากลำบากในการเดินทางเพื่อเข้ารับการรักษา พญ.นันทพร กล่าวต่อว่า โรคเรื้อนในอดีตรู้จักกันในชื่อขี้ทูต กุฏฐัง ไทกอ เป็นโรคติดต่อเรื้อรัง สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ มัยโคแบคทีเรียม เลปแปร สามารถติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจจากการสูดละอองเสมหะที่มีเชื้อโรคเรื้อนของผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษาซึ่งมีการคลุกคลีใกล้ชิด บ่อยๆ และใช้ระยะเวลานาน จากการศึกษาพบว่าต้องสัมผัสคลุกคลีกับผู้ป่วยสัปดาห์ละ3วันๆละ30นาทีเป็นอย่างน้อยจึงจะติดเชื้อ ทุกคนมีโอกาสที่จะได้รับเชื้อโรคเรื้อน แต่คนที่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคเรื้อนผิดปกติเท่านั้นที่จะเป็นโรคเรื้อนได้ ซึ่งมีเพียงร้อยละ 3 กล่าวคือ หากมีคนที่รับเชื้อโรคเรื้อน 100 คน จะมีคนเป็นโรคเรื้อนเพียง 3 คน เท่านั้น ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโรคเรื้อน คือ 1) ผู้ที่สัมผัส คลุกคลี ใกล้ชิดเป็นเวลานาน กับ 2) ผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษา อาการเริ่มแรกของโรคเรื้อน คือ ผิวหนังเป็นวงด่าง รอยโรคสีจางกว่าผิวหนังปกติ อาจพบขนร่วง เหงื่อไม่ออก ที่สำคัญรอยโรคผิวหนังเหล่านี้ จะมีอาการชา หยิกไม่เจ็บ โรคเรื้อนชนิดที่เป็นมาก จะมีผื่นนูนหนา หรือมีตุ่มขึ้นทั้งตัว โดยเฉพาะที่ใบหูจะนูนหนา อาจมีขนคิ้วร่วงผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น หรือ ระยะที่เป็นมาก ผู้ป่วยเหล่านี้จะไม่มีอาการคัน หรือเจ็บปวดเลย เนื่องจากเส้นประสาทถูกทำลาย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ คิดว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง จึงไม่รีบเข้ารับการรักษา โรคเรื้อนเป็นโรคที่รักษาให้หายได้ ถ้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มเป็น และปฎิบัติดังนี้ 1. รับประทานยาต่อเนื่อง 2. รักษาความสะอาดของร่างกาย 3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อสร้างภูมิต้านทาน 4. ผู้ป่วยอาการระยะเริ่มแรก ใช้เวลารักษา 6 เดือน หากเป็นมากหรืออาการระยะติดต่อ ใช้เวลารักษา 2 ปี 5. ครอบครัวควรให้กำลังใจผู้ป่วยโดยกินยาให้ครบ ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคเรื้อนอยู่ร่วมกับครอบครัว และในสังคมได้ตามปกติ เพราะยาที่ใช้รักษาโรคเรื้อน มีประสิทธิภาพสูงทำลายเชื้อโรคเรื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยไม่แพร่เชื้อ ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับครอบครัว และชุมชนได้ การพูดคุย กินอาหารร่วมกับผู้ป่วยที่กำลังรักษา หรือรักษาหายจากโรคแล้ว ไม่ติดโรค ให้โอกาสผู้ประสบปัญหาโรคเรื้อนสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ เพื่อเป็นการสนองพระราชปณิธานและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงหน่วยงานสาธารณสุขและประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันควบคุมและรักษาโรคเรื้อนกรมควบคุมโรคจึงจัดงานรณรงค์สัปดาห์ราชประชาสมาสัย ปี 2560 ภายใต้คำขวัญ “ไร้พิการ ไร้ตีตรา พึ่งพาตนเองได้” เพื่อให้ผู้ที่สงสัยหรือพบว่าตนเองมีอาการคล้ายที่กล่าวมานี้ออกมารับบริการการตรวจคัดกรองโรคผิวหนังโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานสาธารณสุขใกล้บ้านหรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422… กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ Facebook : https://www.facebook.com/ dpc4saraburi

ดาวน์โหลด