Search


   ภาษาไทย   English (US)  
ระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ รายงานผลตรวจวินิจฉัยวัณโรคทางห้องปฏิบัติการ ความรู้เรื่องโรค 11 ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สื่อประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ วารสารวิชาการ Estimates SM ระบบ DPIS ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ Management Cockpit ระบบศูนย์ปฏิบัติการ COGNOS ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมควบคุมโรค ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ
กรมควบคุมโรค
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ทรัพยากรสุขภาพ
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สำนักระบาดวิทยา สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สคร.1 เชียงใหม่ สคร.2 พิษณุโลก สคร.3 นครสวรรค์ สคร.5 ราชบุรี ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ...

ความพึงพอใจต่อเว็บไซต์

ข่าวสาร / ประกาศ / ประชาสัมพันธ์

Strong ไปกับ สคร.4 ตอน “ประชารัฐร่วมใจกำจัดไข้มาลาเรีย” 25 เมษายน วันมาลาเรียโลก

โดย ศุภรดา มณฑาทิพย์ กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ

24 เมษายน 2560 -- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี (สคร.4 จ.สระบุรี) เชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์ “วันมาลาเรียโลก” ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้วันที่ 25 เมษายน ของทุกปี เป็นวันมาลาเรียโลก โดยในปี 2560 นี้ ได้กำหนดคำขวัญที่ใช้รณรงค์ว่า “End Malaria for Good : ประชารัฐร่วมใจกำจัดไข้มาลาเรีย” ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า ปี พ.ศ.2559 ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 พบผู้ป่วยโรคมาลาเรียทั้งสิ้น จำนวน 14 ราย อัตราป่วย 0.27 ต่อประชากรแสนคน พบผู้ป่วยสูงที่สุดในจังหวัดสระบุรี 5 ราย (อัตราป่วย 0.79 ต่อประชากรแสนคน) รองลงมา จังหวัดนนทบุรี 4 ราย (อัตราป่วย 0.34 ต่อประชากรแสนคน) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 ราย (อัตราป่วย 0.25 ต่อประชากรแสนคน) จังหวัดปทุมธานี 2 ราย (อัตราป่วย 0.18 ต่อประชากรแสนคน) จังหวัดลพบุรี 1 ราย (อัตราป่วย 0.13 ต่อประชากรแสนคน) สำหรับจังหวัดอ่างทอง นครนายก และสิงห์บุรี ไม่พบผู้ป่วยไข้มาลาเรีย สำหรับปี พ.ศ.2560 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 11 เม.ย.60 ไม่พบรายงานผู้ป่วยในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 โรคมาลาเรีย (Malaria) หรือไข้มาลาเรีย อาจรู้จักกันในชื่ออื่นๆ เช่น ไข้ป่า ไข้จับสั่น ไข้ป้าง ไข้ร้อนเย็น หรือไข้ดอกสัก ไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อเกิดจากเชื้อพลาสโมเดียม (Plasmodium) มีทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ พลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum), พลาสโมเดียม ไวแวกซ์ (Plasmodium vivax), พลาสโมเดียม มาลาริอี (Plasmodium malariae), พลาสโมเดียม โอวาเล่ (Plasmodium ovale) และพลาสโมเดียม โนวเลซี่ (Plasmodium knowlesi) มียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค ส่วนใหญ่ไข้มาลาเรียติดต่อโดยถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อมาลาเรียในต่อมน้ำลายกัด และปล่อยเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดคน เป็นวิธีธรรมชาติที่พบได้มากที่สุด อาการของไข้มาลาเรียจะเกิดขึ้นหลังจากเชื้อมาลาเรียเข้าสู่ร่างกายประมาณ 10 – 14 วัน โดยมีอาการไข้ ซึ่งไข้มาลาเรียทุกชนิดจะมี 3 ระยะ คือ ระยะหนาว (cold stage) เป็นเวลา 15-60 นาที ผู้ป่วยจะรู้สึกหนาวมาก มีอาการสั่นเกร็งอุณหภูมิร่างกาย สูงขึ้น ชีพจรเบาเร็ว ความดันเลือดเพิ่มขึ้น อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ระยะร้อน (hot stage) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยมีอาการร้อน อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น 39-40 องศาเซลเซียส ชีพจรแรง ปวดกระบอกตา หน้าแดง ผิวหนังแดงและแห้ง กระหายน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่ายและเพ้อ บางคนไม่รู้สติ และระยะเหงื่อออก (sweating stage) ระยะนี้กินเวลาราว 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยเริ่มมีเหงื่อออกตามหน้า บริเวณขมับ และผิวหนังลำตัว ต่อจากนั้นอุณหภูมิร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะอ่อนเพลีย หลังจากนั้นเข้าสู่ระยะพัก คือ ระยะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการจับไข้ผู้ป่วยรู้สึกสบายดี กินเวลาประมาณ 1-2 วันแล้วแต่ชนิดของเชื้อ แล้วจึงจับไข้อีก นอกจากอาการไข้ ยังพบอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัวและกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ เบื่ออาหาร หากมีอาการไข้ หนาวสั่น และมีประวัติเดินทางเข้าป่าหรือไปพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาลาเรียให้รีบปรึกษาแพทย์ใกล้บ้านเพื่อตรวจหาเชื้อมาลาเรีย การป้องกันตนเองจากไข้มาลาเรียสามารถทำได้หลายวิธี สำคัญที่สุดคือไม่ให้ถูกยุงกัดเพื่อเป็นการลดโอกาสเสี่ยงจากการเป็นไข้มาลาเรียและลดการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียจากผู้ที่ป่วยเป็นไข้มาลาเรียไปยังบุคคลอื่น มีวิธีการต่าง ๆ ดังนี้ 1.นอนในมุ้งชุบน้ำยา ซึ่งมุ้งชุบน้ำยาสามารถไล่ยุงได้ดี ไม่เป็นพิษกับคน แต่ห้ามซักมุ้งกับผงซักฟอก เพราะจะทำให้น้ำยาเสื่อมลง 2.สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายให้มิดชิด เช่น ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นต้น เสื้อผ้าควรจะมีความหนาพอเพียงและควรจะหลวมเล็กน้อยไม่กระชับติดร่างกาย และสีอ่อน 3.ทายากันยุงกัด โดยทั่วไปนิยมใช้ขณะอยู่นอกบ้าน ใช้ทาบริเวณที่มีโอกาสจะถูกยุงกัด ได้แก่ แขน ขา ใบหู หลังคอ และส่วนที่อยู่นอกเสื้อผ้า 4.จุดยากันยุง 5.ใช้ตาข่ายกันยุงกัด หรือใช้มุ้งลวด โรคนี้สามารถรักษาได้ โดยกินยาสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขหรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422… กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ Facebook : https://www.facebook.com/dpc4saraburi

ดาวน์โหลด