Search


   ภาษาไทย   English (US)  
ระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ รายงานผลตรวจวินิจฉัยวัณโรคทางห้องปฏิบัติการ ความรู้เรื่องโรค 11 ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สื่อประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ วารสารวิชาการ Estimates SM ระบบ DPIS ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ Management Cockpit ระบบศูนย์ปฏิบัติการ COGNOS ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมควบคุมโรค ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ
กรมควบคุมโรค
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ทรัพยากรสุขภาพ
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สำนักระบาดวิทยา สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สคร.1 เชียงใหม่ สคร.2 พิษณุโลก สคร.3 นครสวรรค์ สคร.5 ราชบุรี ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ...

ความพึงพอใจต่อเว็บไซต์

ข่าวสาร / ประกาศ / ประชาสัมพันธ์

Strong ไปกับสคร.4 ตอน 15 มิ.ย.ของทุกปี วันไข้เลือดออกอาเซียน (ประชารัฐร่วมใจปราบยุงลาย ป้องกันโรคไข้เลือดออก)

โดย ศุภรดา มณฑาทิพย์

14 มิถุนายน 2560 -- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี (สคร.4 จ.สระบุรี) ขอความร่วมมือประชาชนเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ขจัดภัยไข้เลือดออก โดยช่วยกันสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบ้านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงหน้าฝนเช่นนี้ เป็นช่วงฤดูกาลระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยเน้นหลัก 3 เก็บ ได้แก่ 1. เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับ และเป็นที่เกาะพักของยุงลาย 2. เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด ไม่ให้ยุงลายวางไข่ และ 3. เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้านและในชุมชน ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง และถ้าหากในบ้านมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ทายากันยุงป้องกันไม่ให้ยุงกัดแล้วไปแพร่เชื้อ 2. กำจัดยุงในบ้านด้วยสเปรย์ฆ่ายุงหรือไม้ช๊อตยุง 3. ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ที่มาพ่นสารเคมีกำจัดยุง 4. ดูแลความสะอาดภายในบ้านและบริเวณรอบบ้าน กำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 5. เฝ้าระวังคนในบ้าน หากมีไข้เกิน 2 วัน รีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการรักษาได้ทันเวลา โรคไข้เลือดออก ถือว่าเป็นปัญหาสาธารณสุข ในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ละปีพบผู้ป่วยไม่ต่ำกว่าปีละ 200,000 ราย จากผลสำรวจครึ่งปีแรก มีรายงานผู้ป่วยใน 7 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเชีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวม 69,213 ราย เสียชีวิต 57 ราย และด้วยสภาพภูมิประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น เหมาะสำหรับการแพร่พันธุ์ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสเดงกี่สาเหตุของโรคไข้เลือดออก ดังนั้น ประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ จึงได้มีมติร่วมกัน กำหนดให้วันที่ 15 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันไข้เลือดออกอาเซียน” (ASEAN Dengue Day) เพื่อร่วมมือรณรงค์ไปด้วยกัน ในปี 2560 นี้ อาเซียนได้กำหนดประเด็นสารในการรณรงค์ คือ United Fight Against Dengue ประชารัฐร่วมใจปราบยุงลายป้องกันโรคไข้เลือดออก ด้วยการสานพลังปราบยุงลายโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ให้ความสำคัญกับความร่วมแรงร่วมใจของคนในพื้นที่ระดับชุมชนของตนเอง ผลักดันร่วมปลูกฝังให้ประชาชนให้มีพฤติกรรมพึงประสงค์ คือ การเก็บกำจัดภาชนะที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย มุ่งเน้นวิธีการป้องกันด้วยวิธีทางกายภาพที่ทำได้ด้วยตนเอง การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายอยู่อาศัย และการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ในภาชนะทุกสัปดาห์เพื่อตัดวงจรการเกิดยุงลาย สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 14 มิถุนายน 2560 ข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.4 สระบุรี พบผู้ป่วยในประเทศไทย 13,961 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 21.34 ต่อประชากรแสนคน และพบผู้เสียชีวิต 27 ราย สำหรับพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 รวม 8 จังหวัด (ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี นครนายก ปทุมธานี นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา) พบผู้ป่วย 470 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 9.0 ต่อประชากรแสนคน โดยนนทบุรี พบผู้ป่วยเสียชีวิต 1 ราย จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงสุดคือ พระนครศรีอยุธยา 14.52 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาอ่างทอง (11.65) นนทบุรี (11.15) ปทุมธานี (8.85) และต่ำสุดสิงห์บุรี (0.94) โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำใสนิ่งในบ้านและรอบบ้าน ไม่ใช่น้ำขังเน่าเหม็นจากท่อระบายน้ำ ส่วนใหญ่ชอบกัดคนเวลากลางวันมากกว่ากลางคืน มักจะเกาะพักตามที่มืดและชื้น เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว โดยเกาะใต้เฟอร์นิเจอร์หรือตามเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ ม่าน ผนัง เป็นต้น ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกกลายเป็นโรคประจำถิ่น ประเทศไทยพบเชื้อไข้เลือดออกได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการพบโรคไข้เลือดออกในกลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้นและผู้ใหญ่เป็นแล้วน่าห่วงมาก เพราะเมื่อเริ่มมีอาการป่วย ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะซื้อยากินเอง ส่งผลกระทบต่อเกล็ดเลือด ซึ่งยาบางประเภททำให้เกิดภาวะเลือดออกร่วมกับมีโรคประจำตัว มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ ทำให้เมื่อไปโรงพยาบาลอาจไม่ได้รับการวินิจฉัยในเบื้องต้นว่าเป็นโรคไข้เลือดออก อาการของไข้เลือดออก คือ มีไข้สูงลอย 39-40 ๐ C ประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยตามตัว อาเจียน อ่อนเพลีย อาการเลือดออกที่พบบ่อย คือ ที่ผิวหนัง การทำ tourniquet test ให้ผลบวกได้ตั้งแต่ 2-3 วันแรกของโรค ร่วมกับมีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจายตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ โดยมากไม่มีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ ในช่วงไข้ลดผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบาเร็ว ความดันต่ำ มีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นสีดำ หากพบว่าท่านหรือคนในครอบครัวมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดเมื่อยตามตัว อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีน้ำมูกหรือไอ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยโรคเพราะอาจเป็นอาการแรกเริ่มของไข้เลือดออก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเนื่องจากมีอาการไข้ที่ใกล้เคียงกับหลายๆ โรค หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อหรือสอบถามข้อมูลได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน หรือ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี เบอร์โทรศัพท์ 036-239-302 หรือ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ Facebook : https://www.facebook.com/ dpc4saraburi

ดาวน์โหลด