Search


   ภาษาไทย   English (US)  
ระบบเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ รายงานผลตรวจวินิจฉัยวัณโรคทางห้องปฏิบัติการ ความรู้เรื่องโรค 11 ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง สื่อประชาสัมพันธ์ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ วารสารวิชาการ Estimates SM ระบบ DPIS ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ Management Cockpit ระบบศูนย์ปฏิบัติการ COGNOS ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรมควบคุมโรค ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ
กรมควบคุมโรค
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
ทรัพยากรสุขภาพ
ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ สำนักระบาดวิทยา สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สคร.1 เชียงใหม่ สคร.2 พิษณุโลก สคร.3 นครสวรรค์ สคร.5 ราชบุรี ดูลิงค์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ...

ความพึงพอใจต่อเว็บไซต์

ข่าวสาร / ประกาศ / ประชาสัมพันธ์

Strong ไปกับ สคร.4 ตอน ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ

โดย ศุภรดา มณฑาทิพย์

28 กรกฎาคม 2560 -- สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 4 จังหวัดสระบุรี (สคร.4) ขอเชิญประชาชนร่วมรณรงค์สัปดาห์ตับอักเสบโลก ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม 2560 ภายใต้สโลแกน “ตรวจเร็ว รักษาได้ ห่างไกลมะเร็งตับ” หากตรวจพบเร็วจะเข้าสู่ระบบการรักษา และลดความเสี่ยงโรคตับแข็ง และมะเร็งตับ

สถานการณ์มะเร็งตับ พบสูงเป็นอันดับ 4 ในชายไทย โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี กลุ่มอายุ 41 – 50 ปี พบอัตราความชุกของโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรังสูงสุดร้อยละ 1.69 สถานการณ์ไวรัสตับอักเสบ ซี ประเทศไทยมีแนวโน้มลดลง ตั้งแต่ พ.ศ.2555 – 2559 ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 พบผู้ป่วย จำนวน 846, 442, 350, 378 และ 217 ตามลำดับ ในปี 2559 พบอัตราป่วย 0.33 ต่อประชากรแสนคน เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่าเพศชายป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ ซี มากกว่าเพศหญิง โดยเพศชายมีอัตราป่วย 0.50 ต่อประชากรแสนคน และเพศหญิงมีอัตราป่วย 0.18 ต่อประชากรแสนคน สำหรับในเขตพื้นที่สุขภาพที่ 4 พ.ศ.2555 – 2559 พบผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบ ซี จำนวน 45, 62, 26, 91 และ 23 ราย ตามลำดับ ปี 2559 มีอัตราป่วย 0.33 ต่อประชากรแสนคน โดยจังหวัดนนทบุรีพบผู้ป่วยมากที่สุด จำนวน 22 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 1.86 ต่อประชากรแสนคน

สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบบี และซี พบมากในประเทศไทย เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ สามารถติดต่อได้ทางเลือด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง การสัก เจาะ ตามร่างกาย จากเครื่องมือที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรค สำหรับไวรัสตับอักเสบ บี นอกจากจะติดเชื้อด้วยวิธีต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และติดต่อจากแม่สู่ลูก อาการของโรคนี้ เริ่มจากมีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ปวดใต้ชายโครงขวา จากนั้นจะมีอาการปัสสาวะสีชาเข้ม ตาเหลือง ตัวเหลือง หรือเรียกว่า “ดีซ่าน” ปัจจัยเสี่ยงโรคไวรัสตับอักเสบบี ในอดีตเกิดจากการแม่สู่ลูกของการแพร่กระจายของโรค ปัจจัยบันประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ประชากรกลุ่มเสี่ยงพบอัตราความชุกของไวรัสตับอักเสบซี เรื้อรังสูงสุด ได้แก่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ใช้ยาเสพติดด้วยวิธีฉีด ผู้ที่เคยได้รับการฉีดยาจากผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรสาธารณสุข

ขอเชิญประชาชนหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบควรเข้ารับการคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ ได้แก่ ผู้ที่เกิดก่อนปี พ.ศ.2535 (ซึ่งยังไม่มีระบบการบริการวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี) ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ผู้ที่สัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง สัก เจาะ ตามร่างกาย มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย สามารถรับบริการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ฟรี ได้ที่โรงพยาบาลที่ร่วมโครงการ ทั้งสิ้น 104 แห่ง ซึ่งโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 4 ที่ร่วมโครงการ จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลเสนา โรงพยาบาลสระบุรี โรงพยาบาลปทุมธานี สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราช โรงพยาบาลอ่างทอง โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช โรงพยาบาลบ้านหมี่ โรงพยาบาลสิงห์บุรี โรงพยาบาลอินทร์บุรี และโรงพยาบาลนครนายก หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ สามารถทำได้โดย
1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง
2.ไม่ใช้ของมีคมร่วมกัน เช่น มีดโกนหนวด มีดโกน กรรไกรตัดเล็บ
3.ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
4.ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
5.หลีกเลี่ยงการสัก ฝังเข็ม หรือเจาะ โดยใช้เข็มร่วมกัน
6.ผู้ปกครองควรพาบุตรหลานไปรับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ให้ครบ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบีสามเข็ม เข็มที่ 1 เมื่อแรกเกิด เข็มที่ 2 เมื่ออายุ 1 – 2 เดือน เข็มที่ 3 เมื่ออายุ 6 – 18 เดือน

หากผู้ใดติดเชื้อจะได้รับการผลักดันเข้าสู่กระบวนการรักษาก่อนที่จะกลายเป็นโรคเรื้อรัง มียารักษาที่มีประสิทธิภาพอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ใช้เวลารักษา 9-10 เดือนก็สามารถหายเป็นปกติได้ และที่สำคัญสามารถเข้ารับการรักษาได้ฟรี ควรลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์ประสานงานโรคตับอักเสบจากไวรัส กรมควบคุมโรค กลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ


Facebook : https://www.facebook.com/dpc4saraburi
แบบประเมินความพึงพอใจต่อข้อมูลข่าวสาร

ดาวน์โหลด